เรียนรู้ › วิเคราะห์กราฟ

เส้นค่าเฉลี่ย MA มีกี่แบบ เส้นไหนที่เทรดเดอร์นิยมใช้

อธิบาย SMA EMA WMA SMMA และ HMA ต่างกันยังไง พร้อมตัวอย่างคำนวณ และเส้นยอดนิยม 9 20 21 50 100 200 ใช้ดูเทรนด์ หาแนวรับแนวต้าน และสัญญาณตัดกัน

เริ่มต้น อ่าน 7 นาที 8 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • MA คือค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ช่วยให้เห็นเทรนด์ แต่ช้ากว่าราคาเสมอ
  • EMA ตอบสนองเร็วกว่า SMA เพราะให้น้ำหนักราคาล่าสุดมากกว่า
  • เส้นที่คนดูมากที่สุดคือ 20 50 และ 200
  • สัญญาณเส้นตัดกันใช้ได้ดีในตลาดมีเทรนด์ แต่หลอกบ่อยในตลาดไซด์เวย์

Moving Average (MA) หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ คือค่าเฉลี่ยของราคาย้อนหลังจำนวนหนึ่งแท่ง พอมีแท่งใหม่ ค่าเฉลี่ยก็ขยับตามไปเรื่อย ๆ ผลคือได้เส้นที่เรียบกว่าราคาจริง ช่วยให้มองเห็นทิศทางเทรนด์โดยไม่สับสนกับการแกว่งรายแท่ง ข้อเสียคือมัน ช้ากว่าราคาเสมอ เพราะคิดจากราคาในอดีต

MA มีกี่แบบ

แบบชื่อเต็มหลักการความเร็ว
SMASimple Moving Averageทุกแท่งน้ำหนักเท่ากันช้า นิ่ง
EMAExponential Moving Averageแท่งล่าสุดน้ำหนักมากกว่า ลดหลั่นแบบทวีคูณเร็วกว่า SMA
WMAWeighted (Linear Weighted)น้ำหนักลดลงเป็นเส้นตรง แท่งล่าสุดมากสุดเร็ว
SMMASmoothed (หรือ RMA)ค่อย ๆ ปรับทีละนิด ใช้ในสูตร RSI และ ATRช้าที่สุด
HMAHull Moving Averageใช้ WMA หลายชั้นเพื่อลดความหน่วงเร็วมาก แต่แกว่งง่าย

ใน MT4/MT5 เลือกได้ 4 แบบ คือ Simple, Exponential, Smoothed และ Linear Weighted ส่วน TradingView มีครบทุกแบบในตาราง

ตัวอย่างคำนวณ ให้เห็นว่าทำไม EMA เร็วกว่า

สมมติราคาปิด 5 แท่งล่าสุดคือ 11, 12, 13, 14 และแท่งใหม่กระโดดขึ้นไปที่ 20 ส่วนค่าเฉลี่ย 5 แท่งก่อนหน้าคือ 12

แบบวิธีคิดผล
SMA 5(11 + 12 + 13 + 14 + 20) ÷ 514.00
EMA 512 + 2÷6 × (20 − 12)14.67
WMA 5(11×1 + 12×2 + 13×3 + 14×4 + 20×5) ÷ 1515.33

ราคากระโดดขึ้นแรง เส้นที่ให้น้ำหนักแท่งล่าสุดมากกว่าจะขยับตามได้มากกว่า ตัวคูณของ EMA คือ 2 ÷ (จำนวนแท่ง + 1) EMA 20 จึงให้น้ำหนักแท่งล่าสุดราว 9.5% ส่วน EMA 200 ให้แค่ราว 1%

ราคาปิด EMA 20 ตามเร็ว SMA 20 นิ่งกว่า ช้ากว่า
ราคาตัวอย่าง 60 แท่ง คำนวณเส้นจริงทั้งสองเส้น ตอนราคาย่อตัวช่วงกลางกราฟ EMA 20 แบนแล้วหักหัวลงเล็กน้อยตามราคา ส่วน SMA 20 ยังไต่ขึ้นต่ออีกหลายแท่ง

เส้นยอดนิยมและใช้ทำอะไร

เส้นแบบที่นิยมใช้ทำอะไร
9 หรือ 10EMAเทรนด์ระยะสั้นมาก ใช้กับกราฟรายนาทีถึงรายชั่วโมง
20 หรือ 21EMA หรือ SMAเทรนด์ระยะสั้น จุดที่ราคามักย่อตัวกลับมาแตะในเทรนด์แรง SMA 20 คือเส้นกลางของ Bollinger Bands
50SMA หรือ EMAเทรนด์ระยะกลาง
100SMAเทรนด์ระยะกลางค่อนยาว
200SMAเทรนด์ระยะยาว เส้นที่คนทั้งตลาดดูมากที่สุด ราคาอยู่เหนือหรือใต้เส้นนี้ใช้แบ่งภาพตลาดขาขึ้นขาลง

คู่ที่ใช้ดูการตัดกันบ่อย

  • 50 กับ 200 บนกราฟรายวัน เส้น 50 ตัดขึ้นเหนือ 200 เรียกว่า Golden Cross ตัดลงเรียกว่า Death Cross
  • 9 กับ 21 EMA ใช้ดูจังหวะในกราฟระยะสั้น
  • 12 กับ 26 EMA เป็นฐานของอินดิเคเตอร์ MACD

ในคริปโต นิยมดูกราฟรายสัปดาห์ เส้น 20 สัปดาห์ (SMA) คู่กับ 21 สัปดาห์ (EMA) ซึ่งคนเรียกว่า bull market support band และเส้น 200 สัปดาห์ สำหรับภาพระยะยาวมาก

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้วิเศษกว่าตัวเลขอื่น ที่มันได้ผลบ่อยเพราะคนจำนวนมากดูเส้นเดียวกัน คำสั่งซื้อขายจึงไปรออยู่แถวนั้น

timeframe เปลี่ยนความหมายของเส้น

เส้น 200 บนกราฟแต่ละ timeframe ครอบคลุมเวลาไม่เท่ากัน

timeframe200 แท่ง ครอบคลุมประมาณ
15 นาที2 วันกว่า
1 ชั่วโมงราว 8 วันซื้อขาย
4 ชั่วโมงราว 1 เดือนครึ่ง
รายวันราว 9 ถึง 10 เดือน

ถ้าใครพูดถึง “เส้น 200” โดยไม่บอก timeframe ส่วนใหญ่จะหมายถึงกราฟรายวัน

ใช้งาน MA 4 แบบ

1. ดูทิศทางเทรนด์

ราคาอยู่เหนือเส้นและเส้นชี้ขึ้น มองว่าเป็นขาขึ้น ราคาอยู่ใต้เส้นและเส้นชี้ลง มองว่าเป็นขาลง ถ้าเส้นแบนและราคาวิ่งตัดไปมา แปลว่าตลาดยังไม่มีทิศทาง

2. เป็นแนวรับแนวต้านเคลื่อนที่

ในเทรนด์ที่แข็งแรง ราคามักย่อกลับมาแตะเส้น 20 หรือ 50 แล้วไปต่อ หลายคนรอจังหวะตรงนี้แทนการไล่ราคา

3. ดูการเรียงตัวของหลายเส้น

ถ้าเส้นสั้นอยู่บนเส้นยาวเรียงกัน เช่น 20 อยู่เหนือ 50 และ 50 อยู่เหนือ 200 แสดงว่าเทรนด์ขาขึ้นแข็งแรงในทุกระยะ เรียงกลับด้านคือขาลง เส้นพันกันคือไม่มีเทรนด์

4. สัญญาณเส้นตัดกัน

เส้นสั้นตัดเส้นยาว ใช้บอกว่าแรงส่งเปลี่ยน แต่เพราะ MA ช้ากว่าราคา สัญญาณมักมาหลังราคาวิ่งไปแล้วพอสมควร และในตลาดไซด์เวย์จะตัดไปมาหลอกบ่อย

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ใช้สัญญาณเส้นตัดกันในตลาดไซด์เวย์ แล้วโดนหลอกซ้ำ ๆ
  • ใส่เส้นเยอะเกินจนอ่านกราฟไม่ออก ส่วนใหญ่ 2 ถึง 3 เส้นก็พอ
  • ปรับตัวเลขไปเรื่อย ๆ ให้เข้ากับกราฟในอดีต ซึ่งมักใช้ไม่ได้กับอนาคต
  • ลืมว่า MA ตามหลังราคา ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าจะกลับตัว
  • ใช้เส้นเป็นจุดเข้าอย่างเดียว ไม่ได้ดูแนวรับแนวต้านหรือวาง Stop loss

ตั้งค่าที่แนะนำสำหรับเริ่มต้น

  • กราฟรายวันหรือ 4 ชั่วโมง: EMA 20, SMA 50, SMA 200
  • กราฟระยะสั้น: EMA 9 และ EMA 21 แล้วดู SMA 200 ประกอบเพื่อรู้ทิศทางใหญ่
  • ใช้ราคาปิดเป็นค่าคำนวณ เหมือนที่คนส่วนใหญ่ใช้
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

SMA กับ EMA แบบไหนดีกว่า

ไม่มีแบบไหนดีกว่าทุกสถานการณ์ EMA ตอบสนองเร็ว เหมาะกับการเทรดระยะสั้น SMA นิ่งกว่า เหมาะดูเทรนด์ระยะยาว หลายคนใช้ EMA สำหรับเส้นสั้นและ SMA 200 สำหรับเทรนด์ใหญ่

ค่า MA ที่ดีที่สุดคือเท่าไร

ไม่มีค่าวิเศษ เส้นที่ได้ผลบ่อยคือเส้นที่คนจำนวนมากดูอยู่ เช่น 20 50 200 เพราะมีคำสั่งซื้อขายรออยู่แถวนั้น การปรับตัวเลขให้เข้ากับกราฟในอดีตมักใช้ไม่ได้ในอนาคต

ใช้ MA กับคริปโตได้ไหม

ได้ วิธีเดียวกันทุกตลาด ในบิตคอยน์นิยมดูกราฟรายสัปดาห์ เส้น 20 สัปดาห์ (SMA) คู่กับ 21 สัปดาห์ (EMA) และเส้น 200 สัปดาห์สำหรับภาพระยะยาว

ใช้ราคาอะไรในการคำนวณ

ค่าเริ่มต้นของโปรแกรมส่วนใหญ่คือราคาปิด ซึ่งเป็นค่าที่คนส่วนใหญ่ใช้ ควรใช้ราคาปิดเหมือนกันจะได้เห็นเส้นเดียวกับตลาด

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

เครื่องมือ ทักไลน์